ฉบับที่34/2552
สัปดาห์ที่37 วันที่1-5 มีนาคม2553
- ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ชุมชนของเรา
- ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ชุมชนของเรา
- ชั้นอนุบาลปีที่ 3 ชุมชนน่าอยู่
เมนูอาหารประจำสัปดาห์ (1-5 มีนาคม 2553)
| วันจันทร์ | หยุดชดเชยวันมาฆบูชา |
| วันอังคาร | ผัดวุ้นเส้น ขนมกล้วย |
| วันพุธ | ข้าวผัดหมู ลอดช่องน้ำกะทิ |
| วันพฤหัสบดี | ต้มยำไก่ มะละกอ |
| วันศุกร์ | ก๋วยเตียวหมู เต้าส่วน |
…………………………………………………………………………………………..
บอกข่าวเล่าเรื่อง
สวัสดีค่ะ เด็กๆ ทุกคนและผู้ปกครองทุกท่าน พบกันฉบับนี้ครูหนุ่ยมีหนังสือนิทานดีมาร่วมแบ่งปันกัน แต่ก่อนอื่นเลยครูหนุ่ยขอถามเด็กๆ ก่อนว่า “ชอบอ่านหนังสือนิทานกันหรือเปล่าคะ” เวลาอ่านนิทานเด็กๆ คิดว่าจะได้อะไรจากการอ่านบ้างเอ่ย สิ่งแรกที่ได้รับจากการอ่านคือ ความสนุกสนานและถ้ายิ่งอ่านบ่อยๆ เด็กๆ ก้จะได้ฝึกฝนทักษะในการอ่านไปในตัวด้วย ลองอ่านออกเสียงตามไปด้วยนะคะ จะได้อ่านอย่างชัดถ้อยชัดคำยิ่งขึ้น แต่สิ่งสำคัญที่นิทานแต่ละเรื่องอยากบอกผู้อ่านคือ ข้อคิดดีๆ และคติสอนใจที่จะช่วยกล่อมเกลาจิตใจของเด็กๆ ให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ทีทมีคุณภาพได้ยังไงละคะ
ส่วนเด็กๆ ที่อยู่ในวัยอ่านหนังสือไม่ออกคุรพ่อ คุณแม่ ผุ้ปกครองก็เป้นตัวช่วยที่สำคัยในการอ่านให้ลูกฟัง ไม่ว่าจะเป็นนิทาน สารคดี การ์ตูน หรืออีกจิปาถะต่างๆ ที่เด็กสนใจและเมื่อลูกตั้งคำถามก็เท่ากับว่าลูกได้ลองภูมิพ่อแม่ว่ามีความรู้พอหรือไม่ ซึ่งเป็นการกระตุ้นค่ะ ให้พ่อแม่หาคำตอบที่ถูกต้องมาอธิบายและวิธีหาคำตอบของพ่อแม่ก็คือการอ่านนั่นเอง
ฉบับนี้มีนิทานดีๆ มาร่วมแบ่งปันกับนิทานเรื่อง “ความฝันของแมลงวันเผือก” เป็นนิทานที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมโครงการการประกวดนิทานรางวัลมูลนิธิเด็กเป็นเรื่องราวของแมลงวันที่มีผิวสีขาว ซึ่งผิดแปลกไปจากแมลงวันตัวอื่นทำให้มันถูกรังเกียจจากเหล่าแมลง เพราะแมลงทุกตัวต่างติดว่าแมลงวันเผือกตัวนี้จะนำโชคร้ายมาให้ แต่สิ่งที่แมลงวันเผือกตัวนี้มีคือความเฉลียวฉลาดที่สามารถเอาตัวรอดได้ ในยามคับขันและความกตัญญูต่อบุพการีที่ทำให้ภายหลังสัตว์อื่นๆ เห็นความดีนำไปประพฤติปฎิบัติเป็นแบบอย่าง คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองอย่างลืมสนทนากับเด็กเกี่ยวกับข้อคิดที่ได้จากการอ่านนิทานและฟังนิทานนะคะ
ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ของพี่อนุบาล 3 สอบวัดความรู้พ์้นฐานวันที่ 9 และ 10 มีนาคม 2553 ผุ้ปกครองนักเรียนชั้นอนุบาล 3 ไม่ควรให้เด็กขาดเรียนในวันเวลาดังกล่าวนะคะ
ครูหนุ่ย (ไกรวิณี โต๋ววากุล)
…………………………………………………………………………………………..
ฉบับนี้มีคำถามเกี่ยวกับ “เครื่องมือ เครื่องใช้” ที่เด็กๆ พบเห็นในชีวิตประจำวันมาถามคนเก่งกันนะคะ คุรพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองอ่านคำถามให้ลูกฟัง แล้วบันทึกคำตอบของเด็กลง
- เครื่องมือ เครื่องใช้ชนิดใด เมื่อเราจะใช้งานต้องเสียบปลัีก?
- เครื่องมือ เครื่องใช้ในห้องเรียนมีอะไรบ้างเอ่ย?
- เครื่องมือ เครื่องใช้ชนิดใดมีปุ่มให้กดใช้งาน?
ครูหนุ่ย (ไกรวิณี โต๋ววากุล)
…………………………………………………………………………………………..
“รอยตะปู”
ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่ร่วมกันทอดผ้าป่าหาทุนซื้อที่ดินสร้างโรงเรียน…เห็นในความสามัคคีแล้วปลื้มใจจริงๆ ครับ รายได้เบื้องต้น สามล้านกว่า ตอนนี้ยังเปิดรับทำบุยตลอดครับ
สัปดาห์นี้มีข้อคิดสะกิดใจมาแบ่งปันครับ….รอยตะปู…
เรื่องมีอยู่ว่า มีเด็กน้อยคนหนึ่งอารมณ์ไม่ค่อยจะดี พ่อของเขาจึงให้ตะปูกับเขา 1 ถุงและบอกเขาว่า “ทุกครั้งที่ลูกรู้สึกไม่ดี โมโห หรือโกรธใครก็ตาม ให้ตอกตะปู 1 ตัว ลงไปที่รั้วหลังบ้านแล้วก็แล้วกัน”
วันแรกผ่านไป เด็กน้อยตอกตะปูเข้าไปที่รั้วถึง 37 ตัว วันที่2 วันที่ 3 และแต่ละวันผ่านไป จำนวนตะปูก็ค่อยๆ ลดลงๆ เพราะเด็กน้อยรู้สึกว่า การ รู้จักควบคุมตัวเองให้สงบง่ายกว่าการตอกำตะปูตั้งเยอะ
แล้ววันหนึ่งหลังจากที่เขาสามารถควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น ใจเย็นมากขึ้นเขาเดินไปหาพ่อเพื่อบอกว่า “เขาคิดว่าเขาไม่จำเป็นที่จะต้องตอกตะปูอีกแล้ว เพราะเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว เขาสามารถควบคุมตนองได้ดีขึ้น ไม่มุทะลุเหมือนแต่ก่อนแล้ว”
พ่อยิ้มแล้วบอกลูกชายว่า “ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ลองพิสูจน์ให้พ่อดู ทุกๆ ครั้งที่ลูกสามารถควบคุมอารมร์ฉุนเฉียวของตัวเองได้ให้ถอนตะปูออกจากรั้วหลังบ้านที่ละ 1 ตัว” วันแล้ววันเล่าเด็กชายก็ค่อยๆ ถอนตะปูออกที่ละตัวๆ จนในที่สุดตะปูทั้งหมดก็ถูกถอนออก เด็กชายดีใจมากรีบวิ่งไปบอกพ่อของเขาว่า “ผมทำได้แล้วครับ ในที่สุดผมก็ทำได้สำเร็จ”
พ่อไม่ได้พูดว่าอะไ แต่จูมือของลูกไปที่รั้วนั้นแล้วบอกว่า “ลูกทำได้ดีมาก ที่นี้ลองมองกลับไปที่รั้วสิ เห็นมั๊ยว่ารั้วมันไม่เหมือนเดิม มันไม่เหมือนกับที่เคยเป้นก่อนหน้านี้ ลูกจำไว้นะว่า เมื่อไหร่ที่เราทำอะไรลงไปหด้วยการใช้อารมร์ สิ่งนั้นมักจะเกิดรอยแผล เหมือนกับเอามีดไปกรีดหรือแทงใครเข้า ต่อให้ใช้่คำว่าขอโทษ สักกี่หน ก็ไม่อาจจะลบรอยแผลหรือความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกับเขาได้
ลูกจงจำคำว่าขอโทษ ไว้เสมอนะ ไม่ว่าเขาจะยกโ?ษให้เรา หรือไม่ก็ตาม จำไว้อีกด้วยว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้น รอยร้าวที่เกิดขึ้นกับเขา เขาอาจลืมมันไม่ได้ ตลอดไป สิ่งที่สำคัญคือ
รู้ทันความโกรธให้เร็วที่สุด ทันทีที่สติรู้ว่า เราปล่อยให้ความโกรธครอบงำ อย่างน้อยมันจะหยุดเพ่งโทษคนอื่นวางความยึดมั่นว่าเราถูกลง
เป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ไขสถานการณ์ดีกว่าปล่อยให้ความยึดว่า ตัวเองถูกเสมอ หรือฐิทิมานะมาทำลายทุกอย่างรวมทั้งชีวิตตัวเราเอง
สวัสดี…เคอิโง๊ะ


อ่าน รอยตะปูแล้วโดนใจ จริงๆค่ะ..ขออนุญาติร่วมโมธนาบุญด้วยค่ะ