2 พฤติกรรม…ที่ว่านี้อย่าทำนะลูก
ฉบับที่ 3 / 2553
สัปดาห์ที่ 4 วันที่ 7 - 11 มิ.ย. 2553
ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ร่างกายของหนู
ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ร่างกายของหนู
ชั้นอนุบาลปีที่ 3 ร่างกายของหนู
เมนูอาหารประจำสัปดาห์หน้า (วันที่ 7 – 11 มิ.ย. 2553)
วันจันทร์ แกงจืดตำลึงหมูสับ ขนมไทย
วันอังคาร ผัดถั่วงอก ขนมไทย
วันพุธ ไข่พะโล้ ขนมปังน้ำแดง
วันพฤหัสบดี ไก่ต้มระกำข่าอ่อน มะละกอ
วันศุกร์ ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า สาคูเปียกข้าวโพด
“2 พฤติกรรม…ที่ว่านี้อย่าทำนะลูก”
2 พฤติกรรม…ที่ว่านี้อย่าทำนะลูก เริ่มจาก “ดูดนิ้ว แทะเล็บ ” เชื่อว่าหากลูกเรามีพฤติกรรมแบบนี้ คงเป็นเหตุให้ คุณแม่กลุ้มใจและประสาทเสียได้ไม่น้อยทีเดียว ถ้าอย่างนั้นเรามาค้นหาสาเหตุพร้อมวิธีแก้ไขกันค่ะ
- ดูดนิ้ว…เพราะเคยชิน เด็กกว่าร้อยละ 60 รู้จักดูดนิ้วมาก่อนอายุ 1 ขวบ แล้วค่ะ การดูดนิ้วจะเป็นเหมือนสิ่งที่ทดแทนความต้องการของจิตใจ เช่นยามเหงา ว้าเหว่ เพราะทำให้เพลิดเพลินและรู้สึกผ่อนคลายเมื่อได้ดูดนิ้วตัวเอง แต่ถ้าทำบ่อย ๆ จะเกิดเป็นความเคยชินได้ค่ะ เมื่อเข้าสู่วัยอนุบาลเด็กมักเลิกดูดนิ้วเองเพราะอายเพื่อนอย่างไรก็ตามในวัย 3 – 5 ขวบนี้ หากลูกยังดูดนิ้วอยู่คุณพ่อ คุณแม่ อย่างเพิ่งตกใจนะคะ เพราะส่วนใหญ่มักจะเลิกไปเอง เมื่ออายุราว 5 ขวบ หากดูดนิ้วต่อไปอีกจนกระทั่ง 6 ขวบ จะส่งผลเสียต่อฟันค่ะ ทำให้ฟันเหยิน ฟันห่างและมีผลต่อการออกเสียงได้จ้ะ
- กลยุทธ์รับมือ คุณพ่อ คุณแม่คุยกับลูกแต่ไม่ใช่การขู่หรือดุเสียงดังควรชี้ให้เขาเห็นผลเสียของการดูดนิ้ว เช่นทำให้นิ้วเหี่ยว เป็นแผล เลือดออก ฟันยื่น พร้อมแสดงความรัก และห่วงใยให้ลูกรู้ด้วยค่ะ * ใช้เวลาเบี่ยงเบนความสนใจ โดยการหาของเล่นที่ต้องใช้มือจะช่วยให้ลูกลืมการดูดนิ้วไปได้ค่ะ หากลูกดูดในสถานที่ที่มีคนเยอะ อย่าดุลูกนะคะ แต่ควรจับมือลูกเบา ๆ แล้วค่อยดึงออกมา อย่าลืมเรื่องความสะอาดของมือและเล็บของลูกด้วยค่ะ
- แทะเล็บ..เก็บอารมณ์ พบบ่อยในเด็กอายุ 3 – 6 ขวบ บางคนเริ่มแทะเล็บก่อน เมื่อโตขึ้นจะเลิกพฤติกรรมนี้ได้เอง ขณะที่เด็กบางคนไม่เลิกด้วยภาวะทางจิตใจ เช่นเครียดหรือกังวลอาจเกิดจากเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น การดูหนังตื่นเต้นสยองขวัญ ซึ่งเป็นการแสดงออกตามพัฒนาการและภาวะเก็บกดในจิตใจ คุณพ่อคุณแม่ ไม่ควรปล่อยลูกใช้วิธีนี้เพื่อแสดงความรู้สึกนะคะ เพราะเด็กอาจติดนิสัยจนเลิกยาก ดังนั้นเมื่อลูกแสดงอาการแทะเล็บถี่ขึ้น คุณพ่อ คุณแม่ควรทบทวนดูว่าลูกมีเรื่องเครียดอะไรจะได้แก้ไขได้ถูกทางค่ะ
- กลยุทธ์รับมือ การแก้พฤติกรรมนี้ควรให้ลูกมีส่วนรับรู้โดยใช้แรงจูงใจทางบวก เช่น ใช้วิธีให้ดาวลูก โดยบอกว่า “ถ้าวันนี้หนูไม่กัดเล็บเลยหนูจะได้ดาวหนึ่งดวง” เพื่อเป็นการเสริมกำลังใจให้ลูกทำดี ซึ่งใช้ได้ผลกับเด็กในช่วงอายุ 2 – 4 ขวบ ค่ะ สำหรับเด็กโตกว่านี้จะต้องทำข้อตกลงร่วมกันเป็นกติกาที่เขามีส่วนร่วมค่ะ *หากลูกกำลังแทะเล็บอยู่ ควรชวนให้พูดคุย ปรบมือ ร้องเพลง เล่นดนตรี ที่ใช้มือและปาก *ให้เขาภูมิใจในเล็บสวยคุณแม่อาจจะชวนลูกสาวแช่นิ้วในน้ำอุ่น ทำความสะอาดนวดนิ้วมือ และเล็บด้วยน้ำมันมะกอก เพื่อให้ผิวหนังบริเวณรอบ ๆ อ่อนนุ่ม หากเล็บยาวชักชวนลูกให้เขาตัดเล็บค่ะ
บอกข่าวเล่าเรื่อง
สวัสดีค่ะ… เด็กๆ ที่น่ารักทุกคน ของครูหนุ่ยพร้อมส่งคำทักทาย Hi…Hello ไปยังผู้ปกครองชั้นอนุบาลทุกท่าน อากาศช่วงนี้ไม่ค่อยดีเลยค่ะทั้งร้อนจัด ทั้งฝนตกโปรยปราย เด็กๆ ต้องดูแลรักษาสุขภาพของตัวเองนะคะเพราะช่วงนี้เปิดเทอมกันแล้ว เดี๋ยวจะพาลไม่สบายเอาได้ ส่วนตอนนี้ครูหนุ่ยขออัพเดทกิจกรรมเกี่ยวกับการเรียนภาษาอังกฤษให้สนุกของน้องอนุบาล 1-3 มาเล่าสู่กันฟังว่ากิจกรรมโครงการนี้มีที่มาอย่างไรกันบ้างเพราะผู้ปกครองบางท่านตกใจเห็นลูกๆ ร้องเพลงภาษาอังกฤษขณะอยู่ที่บ้าน
โครงการที่ว่านี้ คือ “โครงการส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ “ และสนทนาภาษาอังกฤษอย่างถูกต้อง โดยระบบ Discovery Education System นำทีมการสอนและสร้างสรรค์ความฮา โดย Mr.Ben และพี่ Gigi คะ โครงการดังกล่าวก็ได้ผู้ใหญ่ใจดี 2 ท่าน คือท่านผอ.พรทิพย์ เวชกามา และคุณยายของน้องเจนนี่นำเสนอ โดยไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม เป็นระบบการเรียนรู้ที่เน้นพื้นฐานการเรียนภาษาอังกฤษที่ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้นโดยการสร้างความมั่นใจให้กับนักเรียน เด็กคนไหนที่ขาดความมั่นใจ สมาธิสั้น กิจกรรมดังกล่าวสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเด็กให้มีความกล้าแสดงออกมากขึ้น รวมทั้งมีเกมการละเล่นต่าง ๆ ที่เน้นให้เด็กคิดวิเคราะห์ ออกเสียงตามได้อย่างสนุกสนาน มีเพลงประกอบการออกเสียงภาษาอังกฤษอย่างชัดเจนผู้ปกครองท่านใดสนใจสามารถ เข้าไปเยี่ยมชมได้ที่ Email: Discoveryed@hotmail.com หรือโทรสอบถามได้ที่เบอร์ 081-8364774, 081-5329880 Mr.Ben และพี่ Gigi พร้อมให้คำปรึกษาผู้ปกครองทุกท่านค่ะ
By ครูหนุ่ย (ไกรวิณี โต๋ววากุล)


